พื้นที่โฆษณาโทร 025123616

 

Jobmarket หางาน สมัครงาน

ติดตามเราได้ที่ Facebook

MK รับสมัครพนักงานประจำร้าน

Starbuck รับสมัครพนักงานด่วน!

นักวิชาการชี้ วัยโจ๋อ่อนความรู้เรื่องเซฟเซ็กส์ ต้นเหตุท้อง-แท้ง-เอดส์

........................................................................................................................................

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  
 
นักวิชาการ แนะพ่อแม่-ครู จับมือสอนเซฟเซ็กส์ แก้ต้นเหตุทำแท้ง ดันปรับหลักสูตรสอนเพศศึกษาเป็นวิชาบังคับระดับมหาวิ ทยาลัย ชี้เด็กยังเข้าใจผิดเรื่องเซ็กส์ เหตุเสี่ยงท้อง - แท้ง - เอดส์

ผศ.ดร.จันทร์วิภา ดิลกสัมพันธ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) ในฐานะนักวิชาการด้านเพศศึกษา และวิทยากรการอบรมด้านเพศศึกษา ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวถึงการที่ รมว.ศึกษาธิการมีนโยบายการปรับหลักสูตรการเรียนการสอ นวิชาเพศศึกษา ว่า ตนเห็นด้วยกับการปรับปรุงหลักสูตรการสอนวิชาเพศศึกษา โดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา ควรบรรจุเป็นวิชาศึกษาทั่วไปที่นิสิตนักศึกษาทุกคนจะ ได้เรียนรู้ ที่สำคัญในระดับนโยบายควรขับเคลื่อนอย่างจริงจัง มีการกำหนดยุทธศาสตร์รณรงค์เซฟเซ็กส์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู โรงเรียน และมหาวิทยาลัย ต้องร่วมมือกันอย่างจริงใจ เพราะการสอนเรื่องเพศศึกษาคือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชนที่ดีกว่าการ ออกกฎหมายทำแท้งที่เป็น การแก้ที่ปลายเหตุ
 
ผศ.ดร.จันทร์วิภา กล่าวต่อไปว่า จากการทำวิจัยเรื่อง ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสียงต่อการติดเชื้อโรค เอดส์จากการมีเพศสัมพันธ์ของนักศึกษาหญิงระดับอุดมศึ กษาในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวมีผลที่ทำนายอนาคตล่วงหน้าไว้ว่ า สังคมในอีก 10-20 ปีข้างหน้า คนจะเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศจากการหญิงขายบริการทางเพศ ไปมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก ซึ่งระบาดในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ซึ่งตรงกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะคนมีความมั่นใจว่า หากมีเพศสัมพันธ์กับแฟนจะปลอดภัยกว่า นอกจากนี้ตนได้ทำการสำรวจในชั้นเรียนเพศศึกษาของ มบส. ทุกๆ ปี จะพบว่า นิสิตส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เรื่องเพศศึกษาที่แท้จริง และให้ข้อมูลว่าการเรียนในระดับมัธยมศึกษา ครูไม่กล้าสอนเรื่องเพศ จะให้เด็กไปอ่านด้วยตนเอง หรือครูบางรายก็สอนแบบหยาบโลน เด็กที่เรียนรู้สึกอายและอึดอัดไม่อยากเรียน

“ เด็กส่วนใหญ่จะมีความเข้าใจและความเชื่อแบบผิดๆ เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ว่า ไม่ควรสวมใส่ถุงยางอนามัย เพราะคนรักจะคิดว่าไม่ให้เกียรติ หรือผู้หญิงคนนี้คล่อง เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว จึงเชื่อว่า การหลั่งภายนอก การรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน หรือ การคำนวณวันก่อนและหลังมีรอบเดือนที่เรียกว่า หน้า 7 หลัง 7 จะทำให้ไม่ตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมาก และมีความเสี่ยงในการตั้งท้องและนำไปสู่การทำแท้งมาก ที่สุด"

ผศ.ดร.จันทร์วิภา กล่าวต่อไปว่า หลังจากสอนเพศศึกษาไปแล้ว เวลามีปัญหาเด็กจะวิ่งเข้ามาหาเพื่อปรึกษาเรื่องการค ุมกำเนิด เราเป็นผู้ใหญ่ควรเปิดใจอย่าไปด่าเด็กหรือมีอคติ จะห้ามไม่ให้เด็กมีเซ็กส์คงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องแนะนำการป้องกันตัวเองในการมีเซ็กส์ที่ปลอดภั ยไม่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ตั้งท้อง หรือการติดเชื้อเอดส์ สอนเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยและยาคุมกำเนิดที่ถูกต้อ ง ที่สำคัญควรอบรมให้พ่อแม่และครูต้องสอนเรื่องการควบค ุมอารมณ์ทางเพศ และจริยธรรมทางเพศ โน้มน้าวและกลมเกลาให้วัยรุ่นมีจิตสำนึกเรื่องความเห มาะสมในการมีเพศ สัมพันธ์ในวันที่ตนเองมีความพร้อม
 

ข่าวมาใหม่ :